VACANA
School of Liberal Arts
Mae Fah Luang University

ISSN: 2287-0903

 

ความคงทนระยะสั้นในการจำคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่4-6 โดยใช้กิจกรรมค่ายภาษาตามทฤษฎีการเรียนการสอนแบบโต้ตอบ: A Short-Term Retention of Chinese Vocabulary to Primary Student From Mathayom 4 to 6 by Using the Language Camp Activity about the Theories Interactive Learning

Wanasa Moodmai, Sasitorn Nuritamon, Waraporn Jaipranop, Wang Zhiguo

Abstract


งานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเพื่อวิเคราะห์จำนวนคำศัพท์ภาษาจีนที่คงทนหลังจากการจัดกิจกรรมค่ายภาษาในการจำระยะสั้นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 และเพื่อวิเคราะห์ความคงทนระยะสั้นในการจำคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนเพศชายและเพศหญิงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-5 ทั้งหมดจาก 3 โรงเรียนคือ โรงเรียนบ้านแม่กา โรงเรียนบ้านห้วยเคียน โรงเรียนอนุบาลเมืองพะเยาบ้านโทกหวาก จำนวน 101 คน โดยช้แบบทดสอบคำศัพท์ก่อนและหลังเรียนกิจกรรมค่ายภาษาร่วมกับแนวคิดทฤษฎีการเรียนการสอนแบบโต้ตอบ (Interactive Learning Approach)

ผลการวิจัยพบว่า หลังจากนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมค่ายภาษาในฐานภาษาจีนที่นำแนวคิดทฤษฎีการเรียนการสอนแบบโต้ตอบมาประยุกต์กับกิจกรรมแล้ว ผลวิเคราะห์ของนักเรียนในการจดจำคำศัพท์ระยะสั้นนั้นมีการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยภาพรวมนักเรียนมีผลคะแนนหลังการทดสอบเพิ่มขึ้น และผลการวิเคราะห์ของเพศชายหลังจากผ่านการทดสอบก่อนและหลังร่วมกิจกรรมมีคะแนนเพิ่มขึ้นมากกว่าเพศหญิง


Keywords


A Short-term Retention of Chinese Vocabulary Interactive Learning The Language Camp

Full Text:

PDF

References


ธีรดา จิตรบำรุง. (2552). การศึกษาการเขียนตัวอักษรจีนของนักเรียนโดยใช้ชุดฝึกการเขียนระดับชั้น ป.

/1และ4/2 (วิจัยในชั้นเรียน). กรุงเพทพฯ: โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี.

นพาวรรณ์ ใจสุข. (2556). การพัฒนาทักษะการจดจำคำศัพท์ภาษาจีนของนักเรียนระดับ

ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นปีที่ 2 (ปวช.2). สืบค้นเมื่อ30 สิงหาคม 2558,จาก http://www.google.co.th/url

นวรัตน์ รามสูต และบัลลังก์ โรหิตเสถียร. (2558). ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการ ศธ.

ประกาศความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียน. (ระบบออนไลน์). แหล่งข้อมูล http://www.moe.go.th/websm/2015/dec/454.html

ปัจลักษณ์ ถวาย. (2557). การศึกษาผลสัมฤทธิ์และความคงทนในการจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษของ

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประถมสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยาที่เรียนโดยใช้แบบฝึกกิจกรรมเพิ่มพูนคำศัพท์ร่วมกับการอ่าน. วารสารวิจัย มสด ปีที่ 10 ฉบับที่ 2 หน้า 55-72.

เพ็ญนภา คล้ายสิงห์โต และคณะ. (2560). การพัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงและการเขียนเชิง

วิเคราะห์ภาษาไทยผ่านนิทานของนักเรียนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนเบ็ตตี้ดูเมน. วารสารมนุษยศาสตร์. ปีที่ 24 ฉบับ 2. หน้า 116-138.

รุ่งรัตน์ ศรีไพร. (2540). วิธีสอนภาษาอังกฤษในโรงเรียนมัธยมศึกษา. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัย

รามคำแหง.

วริศรา ยางกลาง. (2556). การจัดกิจกรรมค่ายพัฒนาภาษาอังกฤษแก่นักเรียนในท้องถิ่นเพื่อเตรียม

ความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน. วารสารศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. ปีที่24 ฉบับพิเศษ มกราคม – ธันวาคม 2556 :1-12.

ศิริยา คนิวรานนท์. (2541). ค่ายภาษาอังกฤษ: กิจกรรมเพื่อพัฒนาความสามารถในการใช้ภาษาเพื่อ

การสื่อสารและสร้างเสริมเจตคติที่ดีต่อวิชาภาษาอังกฤษของนักเรียน. สารนิพนธ์ปริญญาโทสาขาการสอนภาษาอังกฤษในฐานะภาษาต่างประเทศ. ภาควิชาภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโรฒ ประสานมิตร.

ศุภราภรณ์วงศ์ชัชวาลย์. (2559). การพัฒนาความรู้ดานคำศัพท์ภาษาอังกฤษ และความสามารถด้าน

การฟังภาษาอังกฤษ โดยวิธีการสอนแบบตอบสนองด้วยท่าทาง (The Total Physical Response: TPR) ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านสบพลึง จังหวัดลำปาง. วิทยานิพนธ์ปริญญาศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาภาษาอังกฤษ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา.

เหงียน ถิ หญือ อี๊. (2556). การใช้เกมคำศัพท์เพื่อพัฒนาการเรียนรู้คำศัพท์ภาษาไทยของนักศึกษาชั้นปี

ที่ 1 มหาวิทยาลัยสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ นครโฮจิมินห์ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม. วิทยานิพนธ์ศิลปศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.

อดิศา เบญจรัตนานนท์. (2552). โครงการการสอนทักษะการฟังและการพูดภาษาอังกฤษแบบเข้ม

ให้แก่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. วารสารศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี. ปีที่ 20 ฉบับที่ 2 หน้า 182-198.

อนุวัติชัย เกียรติธรรม และคณะ. (2553). การพัฒนารูปแบบการฝึกอบรมครูสอนภาษาอังกฤษแบบ

ค่ายกิจกรรม. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม. ปีที่ 4 ฉบับที่ 1. หน้า 121-129.

Bolinger, D. (1965). The atomization of meaning. Language, 41, 555-573.

Garcia-Varcarcel et al. (2007). ICT in Collaborative Learning in the Classrooms of Primary and

Secondary Education. DOSSIER. Comunicar, n. 42, v. XXI, 2014, Media Education Research Journal; ISSN: 1134-3478; pages 65-74.

Ghadessy, Mohsen. (1998). Word Lists and Materials Preparation : A New Approach. English

Teachings Forum. 17 (1) : 24 – 27.

Gillingham, A. & Stillman, B.W. (1997). The Gillingham Manual: remedial training for Students

with specific disability in reading, spelling and penmanship. (8th ed.). Cambridge, MA: Educators Publishing Service.

Gu, P.Y. (2003). Vocabulary Learning in a Second Language: Person, Task, Context and

Strategies. TESL-Ej. Vol. 7 No. 2. http://www.tesl-ej.org/ej26/a4.html.

Laufer, B. (2010). Lexical threshold revisited: Lexical text coverage, learners’ vocabulary size

and reading comprehension. Reading in a Foreign Language. Volume 22, No. 1 ISSN 1539-0578 pp. 15–30.

Marion, T. (2008). The effect of gestures on second language memorization by young children.

Gesture, John Benjamins Publishing, 8 (2), pp. 219 - 235.

Read, J. (2000). Assessing Vocabulary. Cambridge: Cambridge University Press.

Markovic, I. (2007). Gender difference in children’s language. Annales Ser hist social,

(1),197-206.

Oxford, R.L., (1990) Language Learning Strategies: What Every Teacher Should Know.

Boston: Heinle & Heinle.

Wu, F. (2009) A research of Teacher-student Interactive Teaching in Primary School

Classroom (Master’s thesis). (Doctoral dissertation, Shandong Normal University, Shandong China), Retrieved from http://www.cnki.net/


Refbacks

  • There are currently no refbacks.
User
Notifications
Journal Content

Browse
Font Size